มอเตอร์แบบก้าวไฟฟ้า
มอเตอร์สเต็ปไฟฟ้าถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญในเทคโนโลยีการควบคุมการเคลื่อนที่แบบแม่นยำ ซึ่งมอบความเที่ยงตรงและเชื่อถือได้สูงสุดในงานอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท มอเตอร์ขั้นสูงเหล่านี้แปลงสัญญาณไฟฟ้าแบบเป็นจังหวะ (electrical pulses) ให้กลายเป็นการเคลื่อนที่เชิงกลที่แม่นยำ ทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งได้อย่างถูกต้องแม่นยำโดยไม่จำเป็นต้องใช้ระบบป้อนกลับ (feedback systems) มอเตอร์สเต็ปไฟฟ้าทำงานตามหลักการแม่เหล็กไฟฟ้า โดยกระแสไฟฟ้าที่ควบคุมได้จะไหลผ่านขดลวดขดหนึ่งๆ ตามลำดับที่กำหนด สร้างสนามแม่เหล็กหมุนซึ่งขับเคลื่อนโรเตอร์ให้หมุนเป็นมุมที่แน่นอนและแยกจากกันอย่างชัดเจน กลไกการปฏิบัติงานที่เป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้มอเตอร์สเต็ปไฟฟ้าแตกต่างจากมอเตอร์แบบหมุนต่อเนื่องทั่วไป และมอบการควบคุมที่เหนือกว่าในด้านความเร็ว ตำแหน่ง และลักษณะของแรงบิด คุณสมบัติทางเทคโนโลยีหลักของมอเตอร์สเต็ปไฟฟ้า ได้แก่ ความสามารถในการรักษาแรงบิดขณะหยุดนิ่ง (holding torque) ซึ่งช่วยให้คงเสถียรภาพของโหลดไว้ได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง มอเตอร์สเต็ปไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ใช้วัสดุแม่เหล็กขั้นสูงและชิ้นส่วนที่ออกแบบและผลิตด้วยความแม่นยำสูง ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนระหว่างการใช้งาน โครงสร้างแบบโมดูลาร์ของมอเตอร์เหล่านี้ทำให้สามารถผสานรวมเข้ากับระบบควบคุมต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกำเนิดสัญญาณเป็นจังหวะแบบง่าย หรือแพลตฟอร์มระบบอัตโนมัติที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ขั้นสูง มอเตอร์สเต็ปไฟฟ้าแสดงศักยภาพเด่นในงานที่ต้องการความแม่นยำในการกำหนดตำแหน่ง เช่น การพิมพ์สามมิติ (3D printing), การกลึงและกัดด้วยเครื่อง CNC, หุ่นยนต์, อุปกรณ์ทางการแพทย์ และระบบการผลิตอัตโนมัติ มอเตอร์สเต็ปไฟฟ้ายังมีความยืดหยุ่นสูงในแง่ความเข้ากันได้กับระดับแรงดันไฟฟ้าและอินเทอร์เฟซการควบคุมที่หลากหลาย จึงสามารถใช้งานได้ทั้งในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่ใช้พลังงานต่ำ และเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงบิดสูง มอเตอร์เหล่านี้ให้ค่าความซ้ำซ้อน (repeatability) ที่ยอดเยี่ยม โดยความแม่นยำในการกำหนดตำแหน่งมักวัดได้เป็นเศษส่วนขององศา ทำให้มอเตอร์สเต็ปไฟฟ้ากลายเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในงานที่ความแม่นยำส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ความน่าเชื่อถือของมอเตอร์สเต็ปไฟฟ้าเกิดจากโครงสร้างแบบไม่มีแปรงถ่าน (brushless design) ซึ่งขจัดจุดสึกหรอเชิงกลออกได้อย่างสิ้นเชิง และลดความจำเป็นในการบำรุงรักษาลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีมอเตอร์แบบดั้งเดิม